การปรับไลฟ์สไตล์องคนวัยทำงาน

ไลฟ์สไตล์ของคนวัยทำงานในย่านใจกลางเมืองที่เราเห็นจนคุ้นตา และทำจนเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน เช่น การดื่มกาแฟ นัดเพื่อนช้อปปิ้ง มีปาร์ตี้หลังเลิกงาน เข้าฟิตเนสเพื่อออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรง ฯลฯ หลายคนทำสิ่งเหล่านี้จนกลายเป็นเรื่องปกติ ในขณะที่บางคนยึดเป็นมาตรฐานที่มนุษย์เงินเดือนควรมี จนคิดว่าว่าถ้าคนอื่นไม่ทำตามก็อาจจะถูกมองว่าแปลกแยก

การปรับไลฟ์สไตล์เข้าหาเงิน

ถ้าเราตัวเล็กก็เลือกเสื้อผ้าไซส์ S หรือถ้าอ้วนมากก็เลือกใส่ไซส์ XXL เพื่อให้พอดีกับรูปร่างตนเอง เหมือนกับไลฟ์สไตล์ของเราที่ต้องปรับเปลี่ยนให้พอดีกับรายได้หรือน้อยกว่ารายได้ เพื่อจะได้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้น

ถ้าขนาดกระเป๋าเงินของเราเริ่มมีขนาดเล็กลง สิ่งหนึ่งที่เราควรนึกถึง คือ การประหยัด เราควรปรับวิธีการใช้จ่ายเงินให้ลดลงเหมาะสมกับขนาดของเงินในกระเป๋า โดยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่ายของตัวเองใหม่ แม้ว่าช่วงแรกๆ จะอึดอัดบ้างเพราะเราอาจจะเคยชินกับความสะดวกสบาย แต่สุดท้ายถ้าเราตั้งใจและอดทน เราจะได้ผลลัพธ์ที่น่าภูมิใจกลับมาเป็นผู้ที่ใช้เงินเป็นนะจ๊ะ

การปรับเงินเข้าหาไลฟ์สไตล์

ถ้าเรายังติดกับไลฟ์สไตล์แบบเดิมๆ ต้องการจับจ่ายใช้สอยอู้ฟู่มากขึ้น หรืออยากมีไลฟ์สไตล์ที่ดีขึ้น เราคงต้องปรับเงินในกระเป๋าให้มากขึ้นตาม หรือ สร้างรายได้ให้มากขึ้นนั่นเอง ด้วยหลากหลายวิธีที่สามารถทำได้ เช่น ฝึกทักษะพัฒนาตนเอง หรือหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อสร้างโอกาสงาน/เสริมรายได้ หารายได้พิเศษตามความถนัด ขายของมือสอง งานอดิเรกหรือของสะสมก็ทำเงินได้ เป็นต้น

ทั้ง “การประหยัดรายจ่าย” ซึ่งเป็นการปรับไลฟ์สไตล์เข้าหาเงิน หรือ “การสร้างรายได้” คือการปรับเงินเข้าหาไลฟ์สไตล์ เป็น 2 แนวคิดง่ายๆ ที่แต่ละคนต้องลองไปปรับใช้ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองนะคะ และไม่ว่าแต่ละคนจะเลือกปรับแบบไหน สิ่งที่สำคัญไม่แพ้ไปกว่ากันเลยก็คือ การสร้างนิสัยและวินัยในการใช้เงินที่ดี ซึ่งเป็นวิธีการปรับชีวิตที่ยั่งยืน สมดุลและสามารถสร้างความสุขได้ง่ายๆ เพื่ออนาคตทางการเงินที่มั่นคงนะคะ

ไลฟ์สไตล์การทานอาหารเช้า มือที่สำคัญที่สุดของทุกวัน

aba549cc_4ee3_1b37_6fef_f579df199d87เพราะการดำเนินชีวิตในแต่ละวันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ หลายคนอาจจะมองข้ามความสำคัญของอาหารเช้าและอาจทำให้หลายคนหลงลืมทานอาหารเช้าไปด้วยความตั้งใจ เพราะมองว่าการรับประทานอาหารตอนเช้าเป็นเรื่องที่เสียเวลา จะมีเพียงไม่กี่คนที่ให้ความสำคัญกับอาหารเช้า แต่อาหารเช้าคืออาหารมื้อที่สำคัญที่สุดที่จะช่วยชาร์จพลังงาน เติมเต็มวันใหม่ของเราให้สดใส แถมยังมีประโยชน์อีกมากมาย สำหรับอาหารเช้ายอดฮิตบนโต๊ะอาหารของหลายๆ บ้าน ไม่ว่าจะเป็นไข่ดาว ไข่เจียว ไข่ต้ม ไข่ตุ๋น ล้วนเป็นอาหารจานโปรดของใครหลายๆคน และเป็นอาหารที่มีสารอาหารหลากหลาย ทั้งโปรตีน วิตามินบี 12 และสังกะสี แถมยังช่วยเสริมสร้างความจำ และซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่สึกหรอของสมองอีกด้วย

สมองของคนเราก็ใช้กลูโคสเป็นพลังงานด้วยเช่นกัน แต่สมองไม่สามารถเก็บสะสมกลูโคสส่วนที่เหลือได้เหมือนกับการที่ร่างกายสะสมพลังงาน ฉะนั้นอาหารเช้าจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะช่วยให้สมองเราทำงานได้เฉียบไว หากงดอาหารเช้า คุณอาจไม่รู้สึกอะไร เพราะมีพลังงานสำรองจากการพักผ่อน แต่พอใช้หมดไปร่างกายจะเข้าสู่ภาวะเครียด และแม้ว่าจะกินชดเชยในมื้อเที่ยงก็สายเกินไป เพราะเวลาที่ร่างกายต้องการพลังงานส่วนนั้นได้ผ่านไปแล้ว เมื่องดอาหารเช้า เราจะไม่ได้สารอาหารสำคัญที่ช่วยความจำตลอดวัน แม้แต่การขาดสารอาหารเพียงเล็กน้อย ประเภทกรดโฟลิค วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 ก็จะลดความจำลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออายุมากขึ้น คนสูงอายุจะดูดซึมวิตามินบี 12 ได้น้อยลง เป็นเหตุผลหนึ่งที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้คนที่อายุ 50 ปีขึ้นไปเสริมกรดโฟลิค ซึ่งมีมากในธัญพืชไม่ขัดสี ผักใบเขียวจัด ถั่ว น้ำส้มคั้น ฯลฯ

คุณประโยชน์ของการทานอาหารเช้า

1.อาหารเช้าช่วยควบคุมโรคอ้วน และน้ำหนักได้เป็นอย่างดี
2.การรับประทานอาหารเช้าอย่างสม่ำเสมอ อาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดสมองและโรคหัวใจได้ด้วย
3.การรับประทานอาหารเช้ามีส่วนเพิ่มประสิทธิภาพการเรียน การทำงาน ทำให้ระบบความจำ ทักษะการเรียนรู้ และอารมณ์ดีขึ้น
5.ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเบาหวานได้ โดยคนที่รับประทานอาหารเช้าจะมีภาวะผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลินซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเบาหวานนั้นลดลงถึง 35-50% เลยทีเดียว
6.สำหรับเด็กๆ การอดอาหารเช้าเป็นประจำอาจทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้ร่างกายไม่แข็งแรง การเจริญเติบโตไม่เป็นไปตามเกณฑ์

ไลฟ์สไตล์การดูแลรักษาสุขภาพของตนเองให้ดีอยู่เสมอ

สังคมไทยปัจจุบันมีการใช้ชีวิตของคนเปลี่ยนไป มีการใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบทำให้เกิดความเครียด ขาดการออกกำลังกาย ขาดการรับประทานอาหารที่มีคุณภาพ ขาดความสนใจต่อสุขภาพตัวทำให้เกิดโรคต่างๆซึ่งเกิดจากการไม่ดูแลตัวเองให้ดี ดังนั้นการประมาณตนในการออกกำลังกายแต่พอควร จะช่วยให้ร่างกายเผาผลาญอาหารและพลังงานส่วนเกินได้ดี เลือกเวลาออกกำลังกาย เวลาเช้าตรู่และตอนเย็นเหมาะที่สุดในการออกกำลังกายมากกว่าตอนกลางวัน ซึ่งจะทำให้เหนื่อยเร็วและได้ปริมาณน้อย บางรายอาจหน้ามืดเป็นลมก็มี ทั้งนี้ควรเป็นเวลาเดียวกันทุกวัน เพราะจะส่งผลดีต่อการปรับตัวของร่างกาย ควรทำจิตใจให้ปลอดโปร่ง หากมีเรื่องไม่สบายใจ ก็ไม่ควรออกกำลังกาย เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ไม่ว่าจะออกกำลังกายให้สุขภาพแข็งแรงหรือลดน้ำหนัก แต่จะได้ผลแค่ไหนขึ้นกับปริมาณ และความหนักเบาของการออกกำลังกายด้วย

การมีสุขภาพที่ดีคือสิ่งที่ทุกคนปรารถนา

การมีสุขภาพที่ดีไม่ได้หมายถึงน้ำหนักที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแต่หมายถึงการที่เราดูแลตัวเองอย่าถูกต้องตั้งแต่เรื่อง การออกกำลังกาย การรับประทานอาหาร การพักผ่อน การป้องกันโรค การลดหรือเลิกสิ่งที่บั่นทอนสุขภาพ ร่างกายเรากระปี้กระเปร่าพร้อมที่จะดำเนินชีวิตประจำวัน เนื้อหาที่จะกล่าวจะเป็นแนวทางในการดูแลสุขภาพของท่าน การปฏิบัติตามแนวทางไม่ได้ต้องการให้ท่านมีอายุยาวหมื่นๆปีแต่ต้องการให้ท่านมีสุขภาพที่แข็งแรง ไม่ป่วยบ่อย สามารถหลีกเลี่ยงโรคที่ป้องกันได้ และอายุยืนยาวขึ้น

สุขภาพของคนเราจะดีหรือเสื่อมนั้นขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์แข็งแรงของอวัยวะต่างๆ เช่น ผิวหนัง ตา หู จมูก และฟัน ซึ่งเป็นอวัยวะภายนอกร่างกาย ที่เราควรดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพที่ดี และแข็งแรง เพราะถ้าเสื่อมโทรมหรือผิดปกติจะส่งผลกระทบต่ออวัยวะส่วนอื่นๆได้ ดังนั้นเราต้องระวังรักษาส่วนต่างๆของร่างกายให้สะอาด ตลอดจนการออกกำลังกาย และการพักผ่อน เพื่อทำให้ร่างกายมีความสมบูรณ์ แข็งแรง และมีผลทำให้จิตใจเบิกบาน แจ่มใส สามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้ อย่างมีความสุข การดูแลสุขภาพตนเองให้มีสุขภาพสมบูรณ์และแข็งแรงอยู่เสมอจะต้องปฏิบัติกิจกรรมในด้านการส่งเสริมสุขภาพอย่างสม่ำเสมอในชีวิตประจำวันและสำรวจสุขภาพตนเอง

การดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมีไลฟ์สไตล์

การดำรงชีวิต นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะจะต้องต่อสู้กับปัญหาน้อยใหญ่นานัปการ ทั้งปัญหาการครองชีวิต ปัญหาสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และปัญหาสุขภาพอนามัย ซึ่งแต่ละคนก็มีปัญหาที่แตกต่างกันไปคนละหลายปัญหา เพราะมนุษย์โดยทั่วไปพากันแสวงหาความสุข ความสุขจึงเป็นเป้าหมายใหญ่ของชีวิต ความสุขมีทั้งสุขแบบโลก และสุขแบบธรรม สุขแบบโลกเป็นความสุขของชาวโลก หรือชาวบ้านซึ่งได้แก่พวกคฤหัสถ์ หรือฆราวาสจะพึงมีส่วนสุขแบบธรรมเป็นความสุขเกิดจากฌานสมบัติ และภาวะที่ไม่มีกิเลส หรือปราศจากความทุกข์ทางใจ

ยุคปัจจุบันที่มีอิทธิพลวัตถุ

ซึ่งพร้อมที่จะเข้ามาครอบงำทำลายสมบัติอันล้ำค่า แต่ก็หาใช่ว่าอิทธิพลวัตถุจะเป็นสิ่งเลวร้ายไม่ ถ้ามีรากฐานจิตใจอิสระจริงย่อมมองวิถีการเปลี่ยนแปลงที่ปรากฏอยู่ภายนอกตัวเองให้เห็นได้สองด้านเสมอ อีกทั้งยังรู้ความจริงด้วยว่าด้านที่อยู่ในรากฐานจิตใจตนเองเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุด ถ้าสามารถรักษาด้านนี้เอาไว้ให้มั่นคงอยู่ได้ตลอดไปย่อมมีโอกาสที่จะพัฒนาสติปัญญาของตนให้มีความเฉียบแหลมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น การที่สังคมเกิดปัญหาหนัก แต่ละคนควรมองเห็นเป็นโอกาสในการเรียนรู้ความจริงจากใจตนเองให้มีความลึกซึ้งยิ่งขึ้น

เราทุกคนมีเสรีภาพในการเลือก

บนโลกใบนี้มีทางเลือกให้เราเลือกมากมาย แต่คนส่วนใหญ่มักคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีการเปลี่ยนแปลง จึงไม่กล้าที่จะเลือกเส้นทางใหม่ๆ สร้างประสบการณ์ใหม่ๆให้ชีวิต ซึ่งความจริงแล้วเราสามารถเลือกได้ตลอด การยอมรับว่าเกิดปัญหา ซึ่งคนส่วนใหญ่มักไม่กล้ามองปัญหา ไม่กล้ายอมรับว่าตัวเองคือสาเหตุของปัญหา นอกจากปัญหาจะไม่ได้รับการแก้ไขแล้ว ก็เหมือนยิ่งไปสร้างปมปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นอีก ความทุกข์นั้นก็ยังแต่จะก่อให้เกิดความทุกข์ต่อไป เช่น เป็นผู้บริหารแต่ไม่ยอมรับว่า ตัวเองบริหารงานไม่เก่ง ก็ย่อมทำให้บริษัทขาดทุน แต่ถ้ายอมรับได้ ก็จะเกิดทางแก้ไข อาจไปจ้างมืออาชีพมาทำแทน เป็นต้น

คนที่จะประสบความสำเร็จได้ ต้องรู้จัดตัวเองเป็นอย่างดีจึงจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรจากชีวิต ในการสร้างอนาคตให้ตัวเองจำเป็นต้องสร้างเป็นภาพ ต้องเห็นภาพตัวเองในอนาคตให้ได้จึงจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ซึ่งความต้องการหรือเป้าหมายในชีวิตของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันไป ดังนั้นหัวใจสำคัญที่จะทำให้คนประสบความสำเร็จ คือ การรู้จักตัวเอง เพราะถ้าคุณวางแผนชีวิตอย่างดี แผนนั้นอาจทำให้คุณหลงทางก็ได้ถ้าคุณขาดความเข้าใจตัวเองสิ่งที่มนุษย์ทุกคนต้องการมากที่สุด คือ ต้องการเป็นที่ยอมรับให้เกียรติจากผู้อื่น ต้องการรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ และเคารพในความเป็นมนุษย์

เลือกทำธุรกิจที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเรา

ไลฟ์สไตล์ของคนเรามีอยู่มากมายหลายแบบ แตกต่างกันไป โดยมีปัจจัยต่างๆ เป็นตัวกำหนดไม่ว่าจะเป็นรสนิยม สถานภาพทางเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนหน้าที่การงาน ไลฟ์สไตล์จึงเป็นเรื่องที่สนุกและน่าศึกษา มีความต้องการเป็นเจ้าของธุรกิจ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ธุรกิจใหม่ๆ จากศิลปะในแขนงต่างๆ เช่น ดนตรีและอาหาร พร้อมนำไปต่อยอดในการทำธุรกิจ ถือเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ”

การช่วยเติมเต็ม ทั้งโลกการทำงาน การทำธุรกิจ และการใช้ชีวิต แบบครบวงจร ผ่านสุดยอดเครื่องมือ 3 ด้าน คือ

Financial Connection : เพิ่มโอกาสและการต่อยอดการบริหารจัดการด้านต่างๆ ทั้งการเงินการลงทุน ชั้นเชิงทางธุรกิจ และการต่อยอดทางธุรกิจ กิจกรรมเสวนาต่างๆ จึงถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีเนื้อหาที่ทันกับยุคสมัย

Lifestyle Connection : เปิดโลกแห่งความหลากหลายของกิจกรรมไลฟ์สไตล์ เน้นความสุขสนุกของการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ๆ ทั้งการสร้างปรากฏการณ์ความบันเทิงที่สนุก ตื่นเต้น น่าติดตาม ทั้งคอนเสิร์ต ท่องเที่ยว คอร์ส DIY

Digital Connection : ชีวิตบนโลกออนไลน์ที่โยงใยถึงกัน ระหว่างแบรนด์ THE PREMIER กับลูกค้าที่ใช้บริการ Always on กับสาระความรู้ ความบันเทิง และสิทธิพิเศษต่างๆ ในรูปแบบดิจิตอลบนโซเชียล มีเดีย และผ่าน THE PREMIER e-Magazine

การขยายตัวของเศรษฐกิจและสังคมเมือง รวมทั้งพฤติกรรมการบริโภคของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป ย่อมหมายถึงโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ สำหรับผู้ที่มองเห็นเทรนด์เหล่านั้น และสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคทั้งในเรื่องความสะดวกสบาย สุขภาพ และความงาม ได้อย่างโดนใจที่สุด แต่ต้องไม่ลืมว่า โอกาสที่เปิดกว้างขึ้นย่อมมาพร้อมกับความท้าทายและการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นด้วย ดังนั้น การหมั่นสำรวจพฤติกรรมของผู้บริโภค รวมทั้งการวิจัยและพัฒนาเพื่อต่อยอดและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยไม่ควรมองข้าม เพื่อให้อยู่รอดและประสบความสำเร็จในยุคโลกาภิวัตน์

กดแชร์ คลิกไลค์ กลายเป็นเทรนด์ของวัยรุ่นยุคใหม่

กดแชร์ คลิกไลค์ หรือโพสต์คอมเมนท์ กลายเป็นเทรนด์ของวัยรุ่นยุคใหม่ที่ต้องติดตามโซเชียลมีเดียกันตลอดเวลา แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อพวกเขาเฝ้ามองมันทั้งวันถึงขั้นเสพติด!

คงไม่เกินความจริงไปนัก หากจะบอกว่าวัยรุ่นยุคนี้กำลังใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลาง ‘สังคมก้มหน้า’ เพราะไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไรเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดีย พวกเขาจะตามติดอยู่เกือบตลอดเวลา และไม่ใช่แค่ช่องทางเดียว แต่ครบถ้วนทั้ง เฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ยูทูป ฯลฯ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทุกวันนี้เด็กบางคนหมกมุ่นอยู่กับการโพสต์ แชร์ หรือตาม ‘กดไลค์’ จนแทบไม่ห่างจากหน้าจอโทรศัพท์ พัฒนาไปสู่ปรากฏการณ์ที่มีการปั่นหน้าเพจเฟซบุ๊คให้มียอดกดไลค์มากๆ ปั่นคลิปให้มียอดผู้เข้าชม(view)สูงๆ หรือแม้กระทั่งผุดอาชีพรับจ้างกดไลค์ ขึ้นมาในสังคมออนไลน์

ทั้งหมดนี้ล้วนมีสาเหตุมาจากการที่คนเจนเนอเรชั่นใหม่ฝังตัวเองอยู่ในโซเชียลมีเดียกันจนเกือบจะแยกแยะไม่ออกแล้วว่า อะไรคือ ‘ความจริง’ อะไรเป็นเพียง ‘ความจริงเสมือน’ ไลค์อยู่ในสายเลือด

กลุ่มคนเจเนอเรชั่นใหม่ที่ว่าก็คือ กลุ่ม ‘Millennium Generation’ หรือ ‘Gen M’ หรือ ‘Gen Me’ หรือ ‘Echo Boomers’ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีด้านต่างๆ โดยเฉพาะด้านการสื่อสารได้คล่องแคล่ว มีไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย ชอบโพสต์ แชร์ และกดไลค์ในโซเชียลมีเดียอยู่เป็นประจำ

ยืนยันด้วยข้อมูลจากการวิจัยเรื่อง Teens, Social Media and Privacy ของศูนย์อินเทอร์เน็ตและสังคม มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ระบุว่า วัยรุ่นยุคใหม่ชอบแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองเข้าไปในโซเชียลมากกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต โดยมีทั้งการแชร์ข้อมูลร่วมกับผู้อื่นบนสื่อสังคม แชร์กิจกรรมที่พวกเขาทำร่วมกับเพื่อนๆ รวมถึงการแสดง ‘ตัวตนออนไลน์’ ผ่านโซเชียลมีเดีย

ที่สำคัญ ยังระบุตัวเลขเปรียบเทียบระหว่างปี 2006 และปี 2013 ว่า วัยรุ่นยุค 2013 มีการโพสต์ข้อความภาพของตัวเองเพิ่มขึ้นเป็น 91 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 79 เปอร์เซ็นต์ในปี 2006, โพสต์ข้อความชื่อโรงเรียนของพวกเขาเพิ่มขึ้น 71 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 49 เปอร์เซ็นต์, โพสต์ชื่อเมือง(check in) ที่พวกเขาอาศัยอยู่เพิ่มขึ้น 71 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 61 เปอร์เซ็นต์, โพสต์ชื่ออีเมลของพวกเขาเพิ่มขึ้น 53 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 29 เปอร์เซ็นต์ และ โพสต์หมายเลขโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ จากเดิม 2 เปอร์เซ็นต์

“เด็กเจเนอเรชั่นมี หรือเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปีในตอนนี้ เขาเติบโตมากับเทคโนโลยีที่เป็นอินเตอร์เนตยุคโซเชียลมีเดีย โตมากับเฟซบุ๊ค ยูทูป อินสตาแกรมอะไรพวกนี้ เขาอยู่กับยุคเว็บ 3.0 ก็คือยุคที่เว็บไซต์มีบทบาทและมีปฏิสัมพันธ์กับสังคมค่อนข้างมาก” ธาม เชื้อสถาปนศิริ ผู้จัดการกลุ่มงานวิชาการ มีเดีย มอนิเตอร์ เริ่มเล่าถึงลักษณะของเด็กGen Me

เขาบอกอีกว่า เด็กวัยรุ่นยุคนี้ใช้โซเชียลมีเดียไม่เหมือนรุ่นพ่อแม่ คือใช้ในฐานะที่มันเป็นสังคมที่ตัวเด็กเข้าไปมีชีวิตอยู่ในนั้น การที่พวกเขาอัพเฟซบุ๊ค คลิกไลค์ อัพโหลดวิดีโอ หรือภาพกิจกรรม ทั้งหมดนี้ที่เขาทำไปเพราะเขาต้องการ ‘สร้างสถานะทางสังคม’ ในโลกโซเชียลมีเดีย เนื่องจากหากถูกยอมรับในโลกของโซเชียลมีเดีย มีเพื่อนมากๆ มีคนมากดไลค์ให้ภาพหรือวิดีโอคุณมากๆ หรือคอมเมนท์ให้เยอะๆ แชร์รูปภาพกิจกรรม เด็กจะรู้สึกว่าเขามีโซเชียลสเตตัสที่น่ายอมรับนับถือ

และพวกนี้ก็เป็นเหมือนไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนไปแล้ว เนื่องจากด็วยโลกที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้เราต้องมีการปรับตัวตาม และก้าวตามเทคโนโลยีเหล่านี้

เทรนด์และไลฟ์สไตล์ของคนใช้สมาร์ทโฟนมาผนวกกับสุขภาพ

เนื่องจากปัจจุบันมีความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อแวดวงธุรกิจ จะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนที่ออกมามากมายนั้น แข่งกันตั้งแต่รูปแบบการออกแบบ ขนาดของหน้าจอ และสเปค ว่าของใครจะมี สเปคสูงกว่ากัน ซึ่งทางออกหนึ่งของผู้ผลิตได้หันมาใส่ใจในรายละเอียดมากขึ้นกับการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อใช้งานเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ ชีวิตประจำวัน เช่น ตัวช่วยในการมอนิเตอร์ หรือวัดค่าในการใช้พลังงานของเรา โดยใช้หลักการการติดตั้งอุปกรณ์ตัววัดอย่างพวก Pedometer ไว้ในเครื่อง ที่จะคอยนับก้าวเดินเมื่อเกิดการสั่นสะเทือนในแนวดิ่งของโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่พกติดตัวไปด้วย ตลอดการเดินในชีวิตประจำวันหรือ ระหว่างการวิ่งของเรา โดยวัดออกมาเป็นหน่วยค่าพลังงานแคลอรี่ เพื่อช่วยเป็นตัวบอกว่าใช้พลังงานไปเท่าไร โดยเราสามารถเอาไว้ใช้ในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี เพราะยังไงเสียเราก็ต้องพกโทรศัพท์ติดตัวไปทุกที่อยู่แล้ว

ขณะที่มีสมาร์ทโฟนเพื่อช่วยเป็นเครื่องมือในการวัดการออกกำลังกาย ก็ยังมีอุปกรณ์และตัวช่วยอื่นๆ ที่สามารถทำหน้าที่นั้นร่วมกับสมาร์ทโฟนได้ดีขึ้นไปอีกโดยมีความละเอียดยิ่งขึ้น หรือใช้เป็นตัวช่วยโดยไม่ต้องมีสมาร์ทโฟนติดตัวตลอดเวลาก็ทำได้คือ อุปกรณ์แก็ดเจ็ตสวมใส่จะถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถสวมใส่ติดตัวเราไปได้ตลอดเวลา โดยจะใช้เก็บข้อมูล ช่วยบอกตำแหน่ง ระยะทางและบอกสถานะของการออกกำลังกายว่าเป็นไปอย่างไร
ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มของอุปกรณ์สวมใส่แบบ Wearable Device หรือ Wearable Computer นั้นมีมากขึ้น ทำให้มีความแพร่หลายและทิศทางของการพัฒนานั้นมีความละเอียดมากยิ่งขึ้น มีความเป็นแฟชั่นมากยิ่งขึ้นทั้งการดีไซน์ สีสันที่ใช้ และรูปทรงการออกแบบที่มีความหลากหลายมากมาย เพื่อให้เหมาะสมกับการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันในไลฟ์สไตล์ต่างๆ กัน

ดังนั้นการพัฒนาการของอุปกรณ์และแอพบนสมาร์ทโฟนจะช่วยอำนวยความสะดวกได้แล้วนั้น ยังเป็นตัวช่วยทำให้การออกกำลังกายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและมีความสุขมากยิ่งขึ้น